Health

  • แนะ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันไข้หวัดใหญ่
    แนะ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันไข้หวัดใหญ่

    แนะ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันไข้หวัดใหญ่

    สภาพอากาศในช่วงนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยอุณหภูมิลดต่ำลง ทำให้อากาศกลับมาหนาวเย็นอีกครั้ง สคร.9 ห่วงใยสุขภาพของประชาชน เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่

    แนะประชาชนดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว โดยให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1.ปิด คือปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม 2.ล้าง คือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของ 3.เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และ 4.หยุด เมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

    นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงโรคไข้หวัดใหญ่ว่า ช่วงนี้สภาพอากาศกลับมาหนาวเย็นอีกครั้ง ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงนี้มีกิจกรรมรื่นเริง งานเลี้ยงสังสรรค์ การจัดคอนเสิร์ตที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก มีการรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มร่วมกัน ทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มมากขึ้น โ

    รคนี้ติดต่อกันได้ง่ายจากการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะ หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย และปวดศีรษะ

    สคร.9 นครราชสีมา ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ และป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น 7 กลุ่มเสี่ยงของโรค

    ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมียและ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หากกลุ่มนี้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

    สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 3 ธันวาคม 2565 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 6,284 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 3,432 ราย จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 290 ราย จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 1,224 ราย และ จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 1,338 ราย

    ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ และป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยใช้มาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่

    1.ปิด คือปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย

    2.ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได ราวบนรถโดยสาร ปุ่มกดลิฟต์

    3.เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และ

    4.หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

    ติดตามบทความและข่าวสุขภาพที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ abraxasweb.com

Economy

  • ควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…
    ควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…

    ควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…ตลาดหุ้นจีนยังมีความน่าสนใจลงทุนหรือไม่ ?

    ตั้งแต่ช่วงต้นปีเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในประเทศจีนและถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างรอคอย คือการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เนื่องจากสถิติที่เกิดขึ้นในอดีตได้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ตลาดหุ้นจีนมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงก่อนการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่จะจัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี เพื่อเลือกบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยในอดีตช่วงที่เข้าใกล้การประชุม รัฐบาลจีนมักจะพยายามสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้น ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและตลาดหุ้น เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศให้ผู้นำประเทศได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างสง่างาม

    อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2022 นี้ กลับต่างไปจากเดิมและต่างไปจากสิ่งที่นักลงทุนได้คาดคิดไว้อย่างสิ้นเชิง เริ่มจากการปราศรัยเปิดการประชุมของ ประธานาธิบดี Xi Jinping ที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะมีข่าวดีให้กับนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงหลายฝ่ายยังคาดการณ์ว่า อาจมีการประกาศผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ที่รัฐบาลจีนใช้การ Lockdown ในการควบคุมการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด

    แต่คำปราศรัยของ ประธานธิบดี Xi Jinping ไม่เพียงแต่จะไม่ได้กล่าวถึงการยกเลิกมาตรการ Zero COVID เท่านั้น แต่ยังกล่าวประกาศชัยชนะและยกย่องนโยบาย Zero COVID ว่าประสบความสำเร็จและช่วยรักษาชีวิตของชาวจีนไว้ได้ โดยที่ไม่ได้มีการเอ่ยถึงการผ่อนคลายมาตรการแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในประเด็นเศรษฐกิจ ประธานาธิบดี Xi Jinping ยังลดการกล่าวเน้นย้ำถึงการเติบโต แต่เพิ่มการกล่าวถึงความมั่นคง และการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากคำปราศรัยแรกของ ประธานาธิบดี Xi Jinping ก็ได้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนแล้ว

    ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังการเปิดการประชุม ในการประชุมวันสุดท้ายที่เป็นการยืนยันการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3

    ของ ประธานาธิบดี Xi Jinping การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือ Politburo Standing Committee ที่กรรมการลำดับสำคัญรองลงมาล้วนแล้วแต่ถูกมองว่า เป็นคนสนิทของ ประธานาธิบดี Xi Jinping และถือเป็นการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จที่มากกว่าที่หลายฝ่ายได้ประเมินไว้ ซึ่งการรวบอำนาจดังกล่าว ได้เกิดความกังวลว่าอาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบายที่ยังคงเข้มงวดและไม่เป็นมิตรต่อบริษัทเทคโนโลยี รวมถึงยังมีโอกาสที่รัฐบาลจีนจะดำเนินนโยบาย Zero COVID อย่างเข้มงวดต่อไปควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…

    โดยบุคคลสำคัญที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคณะกรรมการลำดับที่ 2 และเป็นตำแหน่งที่โดยปกติแล้วจะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจีน คือนาย Li Qiang เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้ ที่ถูกมองว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับ ประธานาธิบดี Xi jinping เนื่องจากนาย Li Qiang เคยเป็นผู้ช่วยของ ประธานาธิบดี Xi Jinping ในสมัยที่เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำมณฑลเจ้อเจียงในปี 2004 ซึ่งการก้าวขึ้นมาเปนบุคคลสำคัญลำดับที่ 2 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนของนาย Li Qiang นอกจากจะถูกมองว่าเป็นการเพิ่มการรวบอำนาจของ ประธานาธิบดี Xi Jinping แล้ว การที่นาย Li Qiang ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้ และเคยใช้มาตรการ Lockdown กับนครเซี่ยงไฮ้ อย่างเข้มงวด เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 3 เดือนนั้น อาจตีความได้ว่าการที่นาย Li Qiang มีอำนาจมากยิ่งขึ้น นั่นก็อาจหมายความถึงการนำมาตรการ Lockdown มาใช้ในเมืองอื่นเพื่อควบคุมกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 หลังจากนี้เช่นกัน

    โดยถึงแม้ในอดีตนาย Li Qiang จะมีผลงานที่เคยมีบทบาทสำคัญที่อาจส่งผลดีกับการลงทุนเช่น เป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้งตลาดหุ้น STAR Market ที่เป็นตลาดหุ้นสำหรับบริษัทเทคโนโลยีขนาดกลางและขนาดเล็กของจีน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ ตลาดหุ้น Nasdaq ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการอนุมัติการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ในนครเซี่ยงไฮ้ แต่นักลงทุนทั่วโลกต่างมองข้ามประเด็นดังกล่าวไป และมุ่งเน้นไปที่การที่นาย Li Qiang เป็นคนสนิทของ ประธานาธิบดี Xi Jinping และมีบทบาทสำคัญในการ Lockdown เซี่ยงไฮ้เท่านั้น

    ซึ่งความผิดหวังที่เกิดขึ้นจากการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงแรง โดยดัชนี HSCEI Index ปรับตัวลดลงถึงราว 7% เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2008 สะท้อนความกังวลที่เกิดขึ้นต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบมายังบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหุ้น

    อย่างไรก็ดี หลังจากตลาดหุ้นจีนปรับลดลงมาแรง เริ่มมีสถาบันการเงินต่างประเทศ อาทิ JPMorgan ได้ออกบทวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาของหุ้นจีนปรับลดลงมามากกว่าปัจจัยพื้นฐานและเริ่มน่าสนใจเข้าลงทุน

    ซึ่งราคาหุ้นจีนก็ได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างหลังจากนั้น โดยหลังจากนี้เหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นคือ การประชุม Central Economic Work Conference (CEWC) ที่คณะกรรมการ Politburo ชุดใหม่ จะได้ประกาศแนวทางในการดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเราน่าจะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นถึงมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจีนเตรียมจะใช้ในปีหน้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    โดยหากมองไปที่เศรษฐกิจจีนในระยะข้างหน้า ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิกมาตรการ Zero COVID แต่ต้องอย่าลืมว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการ Lockdown จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนเอง และจีนไม่สามารถจะใช้การ Lockdown เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดได้ตลอดไป ซึ่งอย่างน้อยหากมาตรการเข้มงวดต่าง ๆ จากนโยบาย Zero COVID ลดน้อยลง น่าจะส่งผลเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในหุ้นจีนได้ในระยะข้างหน้า ส่วนตลาดหุ้นจีนจะกลับมาเติบโตได้เหมือนเดิมหรือไม่นั้นหลังการประชุม Central Economic Work Conference ช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เราน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

    ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : abraxasweb.com